เทรนด์งานแต่งที่คุณจะได้เห็น
ทศวรรษกำลังจะปิดฉากลง และนี่ถือเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเทรนด์ที่สุดช่วงหนึ่งเลยก็ว่าได้ ภายในเวลาเพียงสิบปี เราเดินทางจากยุคกำไลยาง Silly Bandz มาถึงยุคสีชมพูมิลเลนเนียล แบบไม่ทันตั้งตัว ทุกอย่างดูมีสไตล์และละเมียดละไมมากขึ้น และเราตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นว่าพอถึงคิวงานแต่งแล้วจะมีอะไรใหม่ ๆ บ้าง มาดูเทรนด์งานแต่งที่คุณจะได้เห็นกันทั่วทุกที่ในปีนี้:
เล็ก ใกล้ชิด และเป็นตัวเอง
ทุกวันนี้ยิ่งงานแต่งมีความเป็นตัวตนของคู่บ่าวสาวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี หมดยุคต้องเชิญญาติห่าง ๆ ที่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่คริสต์มาสปี 2009 แล้ว เหลือเพียงคนสนิทและคนสำคัญจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ซึ่งก็หมายความว่าคู่บ่าวสาวสามารถทุ่มงบต่อแขกหนึ่งคนได้มากขึ้น และใส่ดีเทลหรูหราอลังการได้เต็มที่
งานแต่งสายมู สายเวทมนตร์
กระแสความเชื่อเรื่องพลังงานและความลี้ลับกำลังมาแรง และลามมาถึงในงานแต่งแล้วเช่นกัน ยิ่งงานแต่งมีกลิ่นอายมิสติกเท่าไหร่ยิ่งเก๋ ลองนึกถึงการดูไพ่ทาโรต์มุมหนึ่งของงาน หรือคริสตัลโรสควอตซ์บนโต๊ะเพื่อเสริมพลังรัก ตั้งแต่แต่งแต้มกลิ่นอายเวทมนตร์เล็ก ๆ ไปจนถึงธีมลึกลับจัดเต็ม คู่รักยุคใหม่กำลังโอบรับอีกด้านหนึ่งของความโรแมนติก
ที่มา: @abcweddings
รักษ์โลกมากขึ้น
เมื่อก้าวเข้าสู่ปีนี้ คู่หมั้นหลายคู่เริ่มคิดถึงรอยเท้าคาร์บอนของตัวเอง และมองหาวิธีลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในฐานะคู่แต่งงาน เมนูอาหารวีแกนเริ่มโผล่ในงานมากขึ้น รวมถึงการใช้ของตกแต่งรีไซเคิล และทำของตกแต่งเอง (DIY) ให้ได้มากที่สุด
โทนหม่นเท่ คูลมีสไตล์
ในเรื่องโทนสี เราเริ่มเห็นการเปลี่ยนจากพาสเทลหวาน ๆ ไปสู่โทนหม่นที่ดูเข้มและหรูขึ้น สีเหลืองมัสตาร์ดยังฮิตอยู่ แต่สีเขียวมรกตและโทนน้ำเงินเข้มก็เริ่มมาแรงเช่นกัน ถ้าเป็นสีที่พอเปิดไฟหลอดเอดิสันแล้วดูสวย มีโอกาสสูงว่าจะได้เห็นในงานแต่งปีนี้
ที่มา: @abcweddings
จดทะเบียนที่ศาล แล้วค่อยปาร์ตี้
ทุกวันนี้คู่รักจำนวนมากเลือกลงทุนกับสิ่งสำคัญระยะยาวอย่างคอนโดหรือสัตว์เลี้ยง มากกว่าจัดงานแต่งใหญ่โต งานแต่งที่ศาลหรือที่ว่าการเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ไม่ต้องห่วง พวกเขายังจัดปาร์ตี้ฉลองใหญ่ให้เพื่อน ๆ ทีหลังอยู่ดี
แสงไฟบอกตัวตน
คู่บ่าวสาวเริ่มสลัดกรอบธรรมเนียมเดิม ๆ ในหลายด้าน งานแต่งจึงดูเป็นกันเอง อายุน้อยลง และสนุกขึ้นมาก สถานที่จัดงานก็มีลูกเล่นมากขึ้น เช่น โรงเบียร์ โรงนา หรือโลเคชันเก๋ ๆ ที่ต้องจัดไฟเอง และ “แสงไฟ” นี่แหละคือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะทำให้งานแต่งของคุณโดดเด่นไม่เหมือนใคร
ที่มา: @partyslate
กติกาเรื่องการแต่งตัว
คงไม่มีใครเถียงว่าไม่ควรไปงานแต่งด้วยเสื้อยืด กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะ แต่ถ้างานไหนกำหนดธีมย้อนยุคแบบสาวแฟลปเปอร์ยุค 1920 แล้วคุณไม่แต่งตาม อาจถูกกันไว้หน้าประตูได้เหมือนกัน! เตรียมพบกับงานแต่งที่มีธีมชัดเจนมากขึ้น และตามมาด้วย กติกาการแต่งกายสำหรับงานแต่ง
แบ่งปันคืนสู่สังคม
ในยุคนี้คู่รักจำนวนไม่น้อยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน ทำให้การเปิดลิสต์ของขวัญแบบเดิม ๆ ดูไม่ค่อยตอบโจทย์อีกต่อไป หลายคู่จึงหันมาขอให้แขกบริจาคเงินให้การกุศลในนามของทั้งคู่ แทนการให้ของขวัญ
อาหารสนุก ๆ ไม่จำเจ
ถ้าคุณได้รับเชิญไปงานแต่ง อย่าคาดหวังว่าจะได้เห็นแค่เค้กขาวก้อนใหญ่แบบเดิม ๆ เพราะเมื่อคู่บ่าวสาวใส่ความเป็นตัวเองลงในงาน อาหารก็เลยสนุกและมีคาแรกเตอร์มากขึ้นตามไปด้วย แทนที่จะมีแค่ปลาแซลมอนกับสเต๊ก ลองมองหาสไลเดอร์เบอร์เกอร์ กำแพงโดนัท หรือเกี๊ยวซ่าไว้ได้เลย
จินช่วยได้!
ถ้าต้องยกให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์สักชนิดเป็นดาวเด่นของยุค 2010s คงหนีไม่พ้น “จิน” และเราก็ไม่คิดว่าจินจะหายไปไหนง่าย ๆ จินฟิซเย็น ๆ คือคลาสสิกดริงก์ที่ไม่มีวันเอาต์ และตอนนี้จินก็เริ่มปรากฏตัวในเมนูเครื่องดื่ม (และในตับของเรา) แทบทุกที่ ด้วยรสชาติที่เบาและหอม ทำให้จินเข้ากันได้ดีกับเครื่องดื่มซ่า ๆ แทบทุกแบบ และเหมาะกับการมิกซ์เป็นค็อกเทลสุดอร่อย
ที่มา: @asyouwishmixologists
ความบันเทิงต้องมา
โดยรวมแล้ว ปีนี้เราจะเห็นการขยับออกจากพิธีแต่งงานที่เคร่งขรึมและโรแมนติกแบบดั้งเดิม ไปสู่บรรยากาศที่เน้นความสนุกของทุกคนในงานมากขึ้น ความบันเทิงจะมีอยู่รอบตัว แขกอาจได้เล่นอะไรเพลิน ๆ แม้แต่ตอนต่อคิวเข้าห้องน้ำ! ตั้งแต่อาหารสนุก ๆ ไปจนถึงสถานที่ที่มีกิจกรรมให้มีส่วนร่วม งานแต่งงานไหน ๆ ก็พร้อมจะกลายเป็นปาร์ตี้ที่ทุกคนประทับใจ
จะกำหนดสไตล์งานแต่งของคุณอย่างไรดี
การแต่งงานเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นในชีวิตของใครหลายคน มีทั้งสิ่งที่ต้องคิด ต้องทำ และต้องเตรียมมากมาย แล้วจะเริ่มจากตรงไหนดี? บางคนอาจมีสมุดรวมภาพงานแต่งในฝันตั้งแต่สมัยเด็ก หรือรู้แล้วว่าอยากใส่ชุดแบบไหน แต่ยังมีเรื่องอื่นให้คิดอีกเยอะ เช่น อยากได้แสงไฟแบบไหน อยากให้พิธีรู้สึกสนุกหรือเป็นทางการมากกว่ากัน ก่อนเริ่มวางแผนงานแต่ง ลองหยุดสักนิดเพื่อกำหนด “สไตล์งานแต่ง” ของคุณเอง แล้วอ่านต่อเพื่อดูวิธีค้นหาสไตล์ที่ใช่สำหรับคุณ
มีอะไรบ้างที่เข้ากับสไตล์งานแต่งของคุณ
การวางแผนงานแต่งไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และไม่ใช่ทุกคู่ที่จะมีงบไม่จำกัดสำหรับสถานที่หรูระดับห้าดาวหรือของชำร่วยสุดอลังการ แต่ข่าวดีก็คือ คุณไม่จำเป็นต้องมีทั้งหมดนั้นก็จัดงานแต่งที่ยอดเยี่ยมได้ ตอนที่กำลังหาภาพแรงบันดาลใจ อย่าเพิ่งยึดติดกับงบประมาณมากเกินไป แต่ก็ควรคิดถึงความเป็นจริงของคุณกับคู่ของคุณด้วย ว่ามีอะไรที่ทำเองได้บ้าง และอยากทำเองแค่ไหน หรืออยากทำงานร่วมกับนักวางแผนงานแต่งมืออาชีพ การตั้งกรอบที่เป็นไปได้จะช่วยให้คุณสร้างภาพงานแต่งในฝันที่สามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้
สร้างวิชันบอร์ด
หนึ่งในขั้นตอนที่สนุกที่สุดของการหาสไตล์งานแต่ง คือการดูรูปสวย ๆ เพื่อเก็บไอเดีย ถ้าคุณยังไม่มีสมุดรวมภาพงานแต่ง (หรือมีก็ได้) ลองเลือกภาพที่ชอบที่สุดแล้วทำเป็นวิชันบอร์ด อาจเป็นโฟลเดอร์รวมรูปดิจิทัลบนออนไลน์ โปสเตอร์บอร์ดที่เต็มไปด้วยรูปจากนิตยสาร หรือสครัปบุ๊กก็ได้ ใช้เวลาไล่ดูอินสตาแกรม เว็บไซต์ช่างภาพงานแต่ง นิตยสาร และโบรชัวร์ แล้วค่อย ๆ คัดให้เหลือสไตล์ที่คุณอยากได้จริง ๆ อย่าลืมสนุกกับมัน วิชันบอร์ดเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ที่จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพวันสำคัญในฝันได้ชัดเจนขึ้น
แต่อย่าปล่อยให้ตัวเองล้นเกินไป...
อย่างไรก็ตาม แรงบันดาลใจกับความรู้สึก “เยอะเกินไป” มีเส้นบาง ๆ กั้นอยู่ คุณมีแค่หนึ่งวันเท่านั้น อย่าพยายามยัดทุกสไตล์ที่ชอบลงไปในงานเดียว วิชันบอร์ดหรือการไถดู Pinterest ช่วยให้คุณเห็นภาพว่าวันงานควรจะหน้าตาอย่างไร แต่ก็อาจทำให้คุณเจอไอเดียใหม่ ๆ มากมายที่ไม่เคยคิดมาก่อน และบางอย่างอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณอยากได้จริง ๆ ด้วยซ้ำ จำไว้ว่าคุณควรเลือกอย่างมีสติและมองความเป็นจริงควบคู่กันไป ว่าอะไรคือสิ่งที่อยากให้มีอยู่ในงานแต่งของคุณจริง ๆ และถ้าเริ่มรู้สึกว่ามันเยอะเกินไป คุณก็สามารถพักจากการดูไอเดียทั้งหมดได้เสมอ คอนเทนต์เกี่ยวกับงานแต่งมีอยู่เต็มไปหมด คุณไม่จำเป็นต้องเอาทุกอย่างมารวมไว้ในงานเดียว
โทนสีและฤดูกาลก็สำคัญ
องค์ประกอบสำคัญของงานแต่งมักผูกกับฤดูกาลที่คุณเลือกจัดงาน พาเลตต์สีพาสเทลโทนน้ำเงินเขียวอาจดูไม่เข้ากับงานแต่งในฤดูใบไม้ร่วง และถ้าคุณแต่งงานในฤดูหนาวหรือช่วงหน้าร้อนจัด ๆ คุณก็น่าจะอยากดึงบรรยากาศของฤดูกาลนั้นมาใช้ในงานด้วย การหาสไตล์งานแต่งเกี่ยวพันกับ “เมื่อไหร่ ที่ไหน และอย่างไร” ที่คุณจะจัดงาน ดังนั้นอย่าลืมว่าฤดูกาลและธรรมชาติรอบตัวก็มีบทบาทสำคัญ
แล้วสถานที่ล่ะ?
แม้ว่าคุณอาจยังไม่ต้องรีบจองสถานที่ในตอนนี้ แต่ช่วงนี้แหละเหมาะที่สุดที่จะเริ่มคิดคร่าว ๆ ว่าอยากเห็นตัวเองแต่งงานในสถานที่แบบไหน คุณชอบภูเขา บรรยากาศทะเล หรือห้องบอลรูมโรงแรมสุดโรแมนติก? ภาพสถานที่ที่คุณอยากพูดคำว่า “ตกลง” จะส่งผลต่อสไตล์การตกแต่งที่เหลือทั้งหมด ดังนั้นเริ่มคิดไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้วางแผนง่ายขึ้น
คุยกับคู่ของคุณ
แน่นอนว่าคนที่จะแต่งงานมีสองคน อย่าลืมว่าไม่ว่าคุณจะวาดภาพงานแต่งไว้อย่างไร ทุกอย่างต้องคุยและตัดสินใจร่วมกับคู่ของคุณ คุณทั้งสองอาจมีภาพ “งานแต่งในฝัน” ที่ต่างกัน ถ้าคุณชอบงานสไตล์เทพนิยาย แต่อีกฝ่ายชอบอะไรที่โมเดิร์นและมินิมอลกว่านั้น ก็ต้องมาหาจุดตรงกลางร่วมกัน ให้คู่ของคุณมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการทำวิชันบอร์ด คุยเรื่องสถานที่ หรือเลือกธีมตามฤดูกาล สไตล์งานแต่งของคุณสองคนร่วมกันอาจออกมาไม่เหมือนสไตล์ที่คุณคิดไว้คนเดียวก็ได้!