ค้นหาผู้ให้บริการหรือสถานที่จัดงานสร้างโปรเจกต์งานแต่งใหม่
 
ไม่ระบุตัวตน
เข้าสู่ระบบ  |  สมัครสมาชิก
  • การวางแผนงานแต่งงาน
  • ไอเดียและคำแนะนำสำหรับงานแต่งงาน
  • เช็กลิสต์ครบถ้วนสำหรับการวางแผนงานแต่งใน 4 เดือน

เช็กลิสต์ครบถ้วนสำหรับการวางแผนงานแต่งใน 4 เดือน

ภาพประกอบตัวการ์ตูนกำลังวางแผนงานแต่งงาน

เหลือเวลา 4 เดือน

1. เลือกสถานที่จัดงานแต่ง

งานแต่งที่ดีเริ่มต้นจากสถานที่ที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็นโรงนาสไตล์ชนบทหรือห้องจัดเลี้ยงเก๋ ๆ ใจกลางเมือง ยังมีสถานที่สวย ๆ ให้คุณเลือกอีกมากมาย

  • เริ่มจากคุยกับว่าที่เจ้าบ่าวหรือเจ้าสาวของคุณถึงสิ่งที่ “ต้องมี” ในสถานที่จัดงาน เช่น ต้องมีที่พักสำหรับแขกไหม ต้องการให้ใช้สถานที่เฉพาะคุณในวันนั้นหรือเปล่า หรืออยากรองรับแขกได้กี่คน
  • ใส่เงื่อนไขทั้งหมดของคุณลงในตัวกรองขั้นสูงของเราเพื่อค้นหาสถานที่ในฝัน! ส่งข้อความหาสถานที่ที่ชอบเพื่อเริ่มคุยรายละเอียดและต่อรองได้เลยบน PLANNING.WEDDING - ผู้ช่วยวางแผนงานแต่งงาน ของคุณ
  • นัดเข้าไปดูทุกสถานที่ที่คุณสนใจ ระบุให้ชัดว่าใครจะไปดูด้วย พยายามจัดรอบให้ดูได้หลาย ๆ ที่ในทริปเดียว จะได้เปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น
  • อย่าลืมว่าคุณไม่ได้ดูแค่สถานที่ แต่คุณกำลังเลือกทีมงานที่จะดูแลวันสำคัญของคุณด้วย ทำความรู้จักพวกเขาให้ดี

เหลือเวลา 4 เดือน

2. เริ่มวางแผนรายชื่อแขก

ขั้นตอนนี้อาจเป็นต้นเหตุของความเครียดเรื่องงานแต่งถึง 90% ถ้าแค่คิดว่าจะต้องจับว่าที่ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมานั่งโต๊ะเดียวกันแล้วอยากหนีไปแต่งบนยอดเขาที่เนปาล ถึงเวลาพึ่ง เครื่องมือรายชื่อแขก แล้ว

  • เริ่มจากเพิ่มรายชื่อทุกคนที่เชิญแล้วหรือคิดว่าจะเชิญ แยกกลุ่มแขกเป็นชุด ๆ เพื่อเช็กจำนวนคนและจำนวนโต๊ะ คุยกับคู่หมั้นว่าจะแนบคู่ชีวิตหรือเพื่อนสนิทของแขก (บวกหนึ่ง) มาด้วยไหม
  • ประเมินจำนวนแขกสุดท้ายคร่าว ๆ เลือกสถานที่ที่รองรับคนได้พอสำหรับคนที่อยากให้มา (หรือเล็กพอที่จะกันคนที่ไม่อยากเชิญออกไปได้)

เหลือเวลา 4 เดือน

3. กำหนดงบประมาณ

ความรักซื้อไม่ได้ แต่อย่างน้อยเงินก็ช่วยให้ทุกอย่างเดินไปได้ คุณไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงินทำให้งานแต่งในฝันพัง แต่การกำหนดงบตั้งแต่แรกจะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจำเป็นไหมต้องมีผ้าเช็ดปากปักชื่อทุกผืน ใช้ เครื่องมือวางแผนงบประมาณ ของเราเพื่อวางแผนและติดตามค่าใช้จ่าย

  • ขั้นแรกของการทำงบประมาณคือจดให้ชัดว่าใครช่วยออกค่าใช้จ่ายบ้าง แล้วตกลงงบรวมโดยประมาณ
  • กรอกงบรวมลงในเครื่องมือ จากนั้นเมื่อเริ่มลงรายละเอียดงานแต่ง ให้จดว่าคุณจะใช้จ่ายกับเค้ก แต่งหน้า ทำผม ตกแต่ง ฯลฯ เท่าไหร่ โดยใช้หมวดหมู่ที่เราจัดไว้ พร้อมบันทึกเงินมัดจำที่จ่ายไปหรือวางแผนจะจ่าย
  • จากนั้นก็หายใจลึก ๆ แล้วผ่อนคลาย เมื่อรู้งบชัดแล้ว คุณจะได้โฟกัสกับสิ่งสำคัญกว่านั้น เช่น จะใช้เซ็นเตอร์พีซแบบไหนดี

เหลือเวลา 4 เดือน

4. ตัดสินใจเลือกสถานที่จัดงาน

เมื่อไปดูสถานที่มาหลายแห่ง คุณน่าจะเริ่มเห็นภาพแล้วว่าสถานที่ไหน (หรือหลายที่) ที่จะทำให้งานแต่งของคุณกลายเป็นวันในฝันที่ไม่มีวันลืม แต่อย่าลืมว่าตารางคิวของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ถึงเวลาพิจารณาราคาและวันว่างให้ดี ก่อนจะเลือกสถานที่ในฝัน

  • ทุกคนที่ไปดูสถานที่ด้วยกันกับคุณคงมีความคิดเห็นให้ฟังมากมาย รับฟังได้ แต่อย่าลืมว่านี่คืองานแต่งของคุณ สุดท้ายแล้วคนตัดสินใจคือตัวคุณเอง
  • เปรียบเทียบราคาและวันว่างของสถานที่กับวันว่างของครอบครัวและเพื่อนสนิท
  • ขอใบเสนอราคารายละเอียดและร่างสัญญา ตรวจทุกบรรทัดให้ละเอียด คุณไม่อยากเจอค่าใช้จ่ายหรือเงื่อนไขแปลก ๆ ทีหลังแน่นอน

เหลือเวลา 4 เดือน

5. จัดการเรื่องเอกสารและกฎหมายให้เรียบร้อย

งานแต่งคือปาร์ตี้ครั้งใหญ่ แต่ก็เป็นการจดทะเบียนและผูกพันทางกฎหมายด้วย คุณควรโฟกัสที่ความสนุกของงานก็จริง แต่อย่าลืมส่วนที่เป็นทางการ เพราะมักต้องประสานงานกับทั้งพิธีกรทางศาสนาและเจ้าหน้าที่รัฐที่มีตารางงานของตัวเอง เริ่มจัดการเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

  • ตัดสินใจว่าจะจัดพิธีทางศาสนาหรือพิธีจดทะเบียนแบบพลเรือน (หรือทั้งสองอย่าง)
  • แจ้งสถาบันทางศาสนาหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
  • ยื่นแจ้งล่วงหน้าตามระยะเวลาที่กำหนด
  • เตรียมเอกสารให้ครบ ขอรายการเอกสารจากผู้ทำพิธี (โดยทั่วไปจะต้องใช้บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือเอกสารยืนยันตัวตนอื่น ๆ)

เหลือเวลา 4 เดือน

6. จองสถานที่จัดงาน

นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นมาก คุณกำลังจะได้กำหนด “วันแต่งงาน” อย่างเป็นทางการ ยินดีด้วย!

  • เลือกสถานที่ที่คุณอยากจัดพิธีและงานเลี้ยง
  • แจ้งสถานที่ว่าคุณต้องการจอง และให้เขาบล็อกวันนั้นไว้เพื่อกันการรับงานซ้อนหรือยกเลิก
  • ตรวจสัญญาอีกครั้งอย่างละเอียดก่อนเซ็น
  • เซ็นสัญญา ทำสำเนาเก็บไว้ แล้วชำระเงินมัดจำ
  • อัปเดตสถานะในระบบว่าสถานที่ถูกจองแล้ว และหักยอดนี้ออกจากงบรวม
  • เพิ่มวันแต่งงานอย่างเป็นทางการลงในโปรเจกต์งานแต่งของคุณ แล้วเปิดแชมเปญฉลอง คุณกำลังจะแต่งงานแล้ว!

เหลือเวลา 4 เดือน

7. รวมทีมเพื่อนเจ้าบ่าว–เพื่อนเจ้าสาว

งานแต่งคือวันของคุณ แต่คุณคงไม่ได้ยืนอยู่หน้าพิธีคนเดียว เริ่มคิดได้แล้วว่าอยากให้ใครยืนเคียงข้างในวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งของชีวิต

  • ตัดสินใจว่าต้องการให้มีคนในขบวนงานแต่งกี่คน จะมีเด็กโปรยดอกไม้ เด็กถือแหวน หรือเพื่อนรับรองไหม ต้องการเพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวกี่คน
  • เลือกเพื่อนเจ้าสาวกิตติมศักดิ์ (maid of honor) และเพื่อนเจ้าบ่าวกิตติมศักดิ์ (best man) อย่ารีบตัดสินใจ เพราะคุณกำลังมอบความรับผิดชอบสำคัญให้พวกเขา
  • เชิญแต่ละคนด้วยตัวเองให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนงานแต่ง ให้เขารู้สึกพิเศษไปพร้อมกับคุณ

เหลือเวลา 4 เดือน

8. ส่งการ์ดเชิญรอบแรก

ทุกอย่างเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว คุณมีสถานที่ รายชื่อแขก และวันแต่งอย่างเป็นทางการ ขั้นตอนต่อไปคือทำให้ทุกคนรู้และเตรียมตัวมาร่วมงาน

  • ตัดสินใจว่าจะส่งการ์ดเชิญแบบไหน จะทำการ์ดจริงเก็บไว้ใส่กรอบ หรือส่งแบบดิจิทัลทางอีเมลก็พอ
  • ตรวจแบบการ์ดเชิญให้เรียบร้อย คุณจะย้อนกลับมาดูมันอีกหลายปี ให้มั่นใจว่าคุณชอบจริง ๆ
  • เช็กรายชื่อแขกอีกครั้งว่ามีใครตกหล่นไหม
  • ถ้าส่งการ์ดกระดาษ ตรวจที่อยู่ทุกคนให้ครบก่อนนำไปส่งไปรษณีย์ ถ้าส่งดิจิทัลก็แค่กดส่ง!

เหลือเวลา 4 เดือน

9. หาและจองช่างภาพหรือช่างวิดีโองานแต่ง

รูปจากอินสตาแกรมอย่างเดียวคงไม่พอสำหรับวันสำคัญแบบนี้ งานแต่งเป็นวันที่คุณควรมีภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพเก็บไว้ เริ่มหาข้อมูลช่างภาพแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ใด ๆ

  • คิดก่อนว่าคุณอยากได้ช่างภาพ ช่างวิดีโอ หรือทั้งสองอย่าง วิดีโอจะช่วยให้คุณย้อนกลับไปซึมซับบรรยากาศและคำสาบานในวันนั้นได้เหมือนอยู่ตรงนั้นอีกครั้ง
  • เริ่มค้นหาช่างภาพและช่างวิดีโอที่คนอยากจองตัวมาก ๆ ดูตัวอย่างผลงานที่คุณชอบเพื่อหาแรงบันดาลใจ แล้วจดชื่อช่างที่ถูกใจไว้
  • ติดต่อแต่เนิ่น ๆ เพื่อนัดคุยหรือปรึกษา คุณไม่อยากให้คนอื่นแย่งจองช่างในฝันของคุณไปก่อน

เหลือเวลา 4 เดือน

10. เตรียมชุดเจ้าสาวให้พร้อม

คุณเคยตกหลุมรักคนคนหนึ่งไปแล้ว เตรียมตัวตกหลุมรักชุดของตัวเองอีกครั้ง ไม่ว่างบประมาณเท่าไหร่ ชุดเจ้าสาวควรทำให้คุณรู้สึกเหมือนงานศิลปะชิ้นเอก

  • เริ่มจากหาข้อมูลเบื้องต้น ดูว่าทรงชุดและดีไซเนอร์แบบไหนที่ทำให้คุณตื่นเต้นแค่คิดว่าจะได้ใส่
  • ใช้การค้นหาผู้ให้บริการของเราเพื่อดูร้านชุดแต่งงาน
  • ติดต่อร้านชุดแล้วนัดวันลองชุด ชวนคนที่คุณไว้ใจในรสนิยมมาด้วย (แต่อย่าลืมว่าความรู้สึกของคุณสำคัญที่สุด)
  • สั่งตัดหรือสั่งซื้อชุด แล้วอย่าลืมจองคิวลองชุดและแก้ทรงให้ครบทุกครั้ง
  • เลือกเครื่องประดับให้เข้าชุด ถ้าอยากใส่เวลก็จัดเลย แล้วอย่าลืมหารองเท้าที่สวยและใส่สบาย รวมถึงชุดชั้นในสวย ๆ ใส่ใต้ชุดเจ้าสาว

เหลือเวลา 4 เดือน

11. เรื่องอาหารสำคัญมาก

สำหรับคุณ งานแต่งอาจจะโฟกัสที่ชุด แต่สำหรับแขก ส่วนใหญ่โฟกัสที่อาหาร! ไม่ว่าจะเป็นซีฟู้ดหรู สเต๊กคลาสสิก หรือบุฟเฟต์อินเดียสุดคึกคัก แขกที่อิ่มท้องก็คือแขกที่อารมณ์ดี

  • คุยกับคู่ของคุณถึงเมนูที่อยากได้ แล้วใช้ฟังก์ชันค้นหาของเราเพื่อดูรายชื่อร้านจัดเลี้ยง
  • ติดต่อร้านจัดเลี้ยงที่สนใจเพื่อตรวจสอบวันว่างและนัดชิมอาหาร ขอให้ทานให้อร่อย!
  • เลือกและจองร้านจัดเลี้ยงที่ถูกใจที่สุด

เหลือเวลา 3 เดือน

12. หาและจองร้านดอกไม้

กุหลาบอาจเป็นสีแดง ม่วงอาจเป็นสีฟ้า แต่ธีมสีงานแต่งของคุณอาจเป็นเหลืองกับชมพู ดอกแดฟโฟดิล คาร์เนชั่น หรือชบา งานแต่งที่เต็มไปด้วยดอกไม้สดจะสร้างความทรงจำที่สวยงามไม่รู้ลืม

  • รวบรวมรูปแบบช่อดอกไม้และการจัดดอกไม้ที่คุณชอบจากอินเทอร์เน็ตหรือแมกกาซีน
  • ค้นหาร้านดอกไม้บน ผู้ช่วยวางแผนงานแต่งงาน แล้วเพิ่มร้านที่ชอบลงในโปรเจกต์ของคุณ
  • ติดต่อร้านดอกไม้ที่สนใจและนัดวันคุยรายละเอียด
  • เมื่อตัดสินใจได้แล้วให้จองและบันทึกในระบบว่า “จองแล้ว”

เหลือเวลา 3 เดือน

13. วางแผนทรงผมและการแต่งหน้า

อย่ามัวแต่โฟกัสที่ชุดจนลืมใบหน้า! คุณจะถูกถ่ายรูปทั้งยิ้มและอาจจะร้องไห้หลายครั้ง เลือกช่างมืออาชีพที่เก่งเรื่องเมกอัปกันน้ำไว้ก่อนสบายใจกว่า

  • คิดว่าลุคแบบไหนจะเข้ากับชุด ธีมงาน และสถานที่มากที่สุด
  • เริ่มค้นหาช่างทำผมและช่างแต่งหน้าด้วยฟังก์ชันค้นหาของเรา
  • ติดต่อคนที่ชอบเพื่อนัดคุยและเช็กวันว่าง
  • จองช่างที่ถูกใจที่สุด

เหลือเวลา 3 เดือน

14. เลือกความบันเทิงในงาน

งานแต่งก็คืองานปาร์ตี้แบบหนึ่ง และปาร์ตี้จะขาดเสียงเพลงไม่ได้ ไม่ว่าคุณจะอยากได้วงดนตรีคลาสสิกสไตล์สตริงควอเต็ต หรือดีเจเปิดเพลงมัน ๆ ก็เตรียมตัวเต้นกันทั้งคืนได้เลย

  • คุยกับคู่ของคุณว่าชอบความบันเทิงแบบไหน วงดนตรี ดีเจ หรือเปิดเพลงจากเพลย์ลิสต์เอง แต่อย่าลืมเลือกเพลงเต้นรำเพลงแรกให้ตรงใจกัน
  • นัดคุยหรือลองไปดูการแสดงของตัวเลือกที่ชอบ (อย่าลืมเช็กวันว่างก่อน)
  • จากนั้นก็แค่จอง

เหลือเวลา 3 เดือน

15. เลือกเค้กแต่งงาน

นี่อาจเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่คุณจะได้พูดว่า “ให้ทุกคนกินเค้กกันเถอะ” แบบจริงจัง และคุณคือคนที่ได้ชิมก่อนใครสองรอบด้วย

  • ค้นหาร้านเค้กและเพิ่มร้านที่สะดุดตาเข้ามาในโปรเจกต์งานแต่งของคุณ
  • ติดต่อร้านที่ตรงใจเพื่อนัดชิม อย่าเขินที่จะชิมเยอะหน่อย
  • เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็จอง และติ๊กออกจากเช็กลิสต์ได้เลย

เหลือเวลา 3 เดือน

16. ลงทะเบียนของขวัญแต่งงาน

อีกหนึ่งความพิเศษของการแต่งงาน (นอกจากการได้ใช้ชีวิตกับคู่แท้ของคุณ) ก็คือของขวัญ ให้ไอเดียแขกของคุณว่าของแบบไหนจะช่วยเติมเต็มชีวิตคู่ใหม่ให้มีความสุขมากขึ้น

  • คุยกันว่าคุณอยากได้ของขวัญแบบไหน เช่น สมทบทุนทริปฮันนีมูน เงินสด หรือรายการของขวัญแบบดั้งเดิม
  • ลงทะเบียนของขวัญหรือช่องทางรับเงินสมทบ แล้วอย่าลืมใส่รายละเอียดลงในการ์ดเชิญด้วย

เหลือเวลา 3 เดือน

17. วางแผนทริปฮันนีมูน

หลังผ่านความวุ่นวายของการเตรียมงานแต่ง ไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้พักผ่อนกับคนที่คุณรัก วางแผนฮันนีมูนล่วงหน้าให้ดี

  • คุยกับคู่ของคุณเรื่องช่วงวันที่อยากไป แล้วรีบยื่นขอลางานล่วงหน้า
  • คุยกันเรื่องตัวเลือก สไตล์การเที่ยว และงบประมาณ อยากไปพักตากอากาศบนเขาแบบอบอุ่น ผจญภัยในป่าดิบชื้น หรือทริปทะเลหรู ๆ
  • ตัดสินใจว่าจะวางแผนเองทั้งหมดหรือใช้เอเจนซี่ท่องเที่ยวช่วย
  • จองที่พักและตั๋วเครื่องบินให้เรียบร้อย แล้วถอนหายใจโล่ง ๆ ตอนนี้เหลือแค่ผ่านวันแต่งงานไปให้ได้เท่านั้น

เหลือเวลา 3 เดือน

18. เลือกยานพาหนะในวันงาน

การแต่งงานคือการเปิดตัวครั้งสำคัญ การมาถึงงานจึงต้องมีสไตล์

  • คิดว่าคุณอยากเข้าพิธีด้วยรถแบบไหน ลิมูซีน ม้าลากรถ หรือรถโบราณเปิดประทุน แต่ละแบบให้บรรยากาศงานที่ต่างกันมาก
  • ถ้ามีการเปลี่ยนสถานที่ เช่น จากโบสถ์ไปห้องจัดเลี้ยง คิดด้วยว่าแขกจะเดินทางอย่างไร
  • พิจารณาจัดรถรับส่งแขกไป–กลับ หรือระหว่างสถานที่ต่าง ๆ
  • ติดต่อผู้ให้บริการรถที่คุณชอบ ตรวจสัญญา ประเภทรถ และวันว่าง
  • เมื่อพร้อมแล้วก็จองเลย แค่นั้นเอง

เหลือเวลา 3 เดือน

19. เลือกชุดเพื่อนเจ้าสาวและชุดเพื่อนเจ้าบ่าว

ธีมหลักอาจเป็นสีขาว แต่สีรองล่ะคือสีอะไร เจ้าสาวสวยอยู่แล้ว แต่เพื่อนเจ้าสาวก็มีสิทธิ์สวยไม่แพ้กัน เช่นเดียวกับเพื่อนเจ้าบ่าว

  • กำหนดงบสำหรับชุดของเพื่อนเจ้าบ่าว–เพื่อนเจ้าสาว รวมถึงตกลงให้ชัดว่าใครเป็นคนจ่าย
  • ค้นหาร้านชุดและเพิ่มร้านที่ชอบลงในโปรเจกต์งานแต่ง
  • ติดต่อร้านที่ดีที่สุดเพื่อนัดวันลองชุด
  • ตัดสินใจเรื่องเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น ทรงผม กระเป๋า รองเท้า โบว์ไท
  • แล้วก็จองได้เลย

เหลือเวลา 3 เดือน

20. ซื้อแหวนแต่งงาน

สัญลักษณ์แห่งความรักและคำมั่นสัญญาตลอดกาลของคุณ ควรได้รับเวลาและความใส่ใจจากคุณอย่างน้อยหนึ่งวัน ลองจัดวันช้อปปิ้งแหวนแต่งงานกับคู่ของคุณเพื่อสร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกัน

  • ค้นหาร้านจิวเวลรี่และเพิ่มร้านที่ชอบลงในโปรเจกต์งานแต่ง
  • นัดหมายกับร้านที่สนใจเพื่อไปลองดูแหวน
  • อย่าลืมวัดไซซ์แหวนให้พอดีนิ้ว

เหลือเวลา 3 เดือน

21. เลือกของชำร่วยงานแต่ง

มอบของเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อขอบคุณแขกทุกคนที่ตั้งใจมาร่วมยินดีกับคุณในวันนี้

  • คิดไอเดียของชำร่วยที่คุณชอบ จะซื้อสำเร็จหรือทำเอง (DIY) ดี
  • เพื่อความสะดวก ลองเลือกสิ่งที่วางไว้บนโต๊ะให้แขมหยิบใช้หรือหยิบกลับบ้านได้ง่าย ๆ

เหลือเวลา 3 เดือน

22. คุยกับเพื่อนเรื่องปาร์ตี้สละโสด

หวังว่าคุณจะไว้ใจเพื่อนสนิทให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ได้ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่มีสิทธิ์ออกความเห็น แอบใบ้ไอเดียหรือบอกความต้องการไว้ก่อน จะได้ไม่ตื่นมาเจอตัวเองอยู่คนละประเทศแบบไม่ทันตั้งตัว

  • บอกเพื่อนอย่างตรงไปตรงมาถึงรายชื่อแขกและวันที่คุณสะดวก ไม่มีอะไรแย่ไปกว่าการไปงานปาร์ตี้ของตัวเองไม่ได้

เหลือเวลา 2 เดือน

23. ส่งการ์ดเชิญอย่างเป็นทางการ

การได้รับจดหมายเป็นเรื่องดี แต่การได้รับการ์ดเชิญงานแต่งเป็นเรื่องที่พิเศษกว่านั้น

  • เตรียมการส่งไปรษณีย์ให้พร้อม คุณมีแสตมป์พอสำหรับการ์ดเชิญและบัตรตอบรับกลับหรือยัง ที่อยู่ของทุกคนถูกต้องไหม
  • กลั้นหายใจแล้วรอคำตอบยืนยันการมาร่วมงาน จากแขก ๆ จากนั้นบันทึกผลตอบรับลงในรายชื่อแขก

เหลือเวลา 2 เดือน

24. จัดผังที่นั่ง

การจำว่าใครไม่ถูกกับใคร และจะจับคู่เพื่อนคนไหนให้นั่งใกล้กันอาจทำให้เครียดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น ใช้ ฟังก์ชันจัดผังที่นั่งของ ผู้ช่วยวางแผนงานแต่งงาน เพื่อหลีกเลี่ยงดราม่าและวางแผนวันงานให้ลงตัว

  • ใช้ฟังก์ชันจัดที่นั่งของเราเพื่อวางแผนแบบไร้ความเครียด

เหลือเวลา 2 เดือน

25. รับแหวนแต่งงาน

คุณจะแต่งงานโดยไม่มีแหวนไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือทอง วันนี้คือวันที่คุณได้แหวนมาอยู่ในมือจริง ๆ

  • เก็บแหวนไว้ในที่ปลอดภัย อาจฝากให้คนในขบวนงานแต่งช่วยดูแล
  • พิจารณาว่าจะทำประกันเครื่องประดับหรือไม่

เหลือเวลา 1 เดือน

26. ลองชุดรอบสุดท้าย

การลองชุดรอบสุดท้ายหมายความว่าวันงานใกล้เข้ามาแล้ว! ตอนนี้คือโอกาสที่จะทำความคุ้นเคยกับชุดให้มากที่สุด

  • ซ้อมเดิน นั่ง ยืน และเต้นในชุดให้เยอะ ๆ ชุดอาจจะหนักและมีรายละเอียดมากกว่าที่คุณเคยใส่ แจ้งช่างตัดเย็บทันทีถ้ามีจุดไหนไม่สบายหรืออยากแก้เพิ่ม
  • นัดวันรับชุดหรือวันจัดส่งให้เรียบร้อย

เหลือเวลา 1 เดือน

27. พิมพ์อุปกรณ์งานพิธีและงานเลี้ยง

ใช้ข้อมูลจากโปรเจกต์งานแต่งของคุณในการพิมพ์เมนู การ์ดชื่อแขก และกำหนดการพิธี อย่าลืมส่งผังที่นั่งและการ์ดชื่อให้ทีมจัดเลี้ยงด้วย

  • พิมพ์ทุกอย่างให้ครบ!

เหลือเวลา 1 เดือน

28. เขียนคำสาบาน

คำสาบานคือคำมั่นสัญญาที่คุณให้กับคู่ชีวิตว่าจะรักกันตลอดไป แม้อาจจะรู้สึกกลัวการพูดต่อหน้าคนเยอะ ๆ แต่แววตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณจะทำให้ทุกอย่างคุ้มค่า

  • ถ้าคุณตั้งใจจะเขียนคำสาบานด้วยตัวเอง ให้เริ่มเขียนตั้งแต่ตอนนี้ คุณจะได้มีเวลาขัดเกลาให้ทุกคำออกมาสมบูรณ์ที่สุด
  • ซ้อมพูดบ่อย ๆ จนมั่นใจ

เหลือเวลา 1 เดือน

29. กำหนดวันและเวลาซ้อมพิธี

ละครบรอดเวย์ไม่มีทางขึ้นเวทีโดยไม่ซ้อม งานแต่งของคุณก็ไม่ควรต่างกัน ใช้วันซ้อมเพื่อไล่ดูทุกขั้นตอนและรายละเอียด และที่สำคัญ ใช้เวลาให้สนุกกับการเก็บรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เรียบร้อย

  • เช็กให้แน่ใจว่าทุกคนในขบวนงานแต่งสามารถมาซ้อมได้
  • ทบทวนหน้าที่ของแต่ละคนในวันจริง ให้ทุกอย่างทำงานได้อย่างราบรื่น
  • เปลี่ยนวันซ้อมให้กลายเป็นวันฉลองเล็ก ๆ อีกวันหนึ่ง

เหลือเวลา 1 สัปดาห์

30. ยืนยันทุกอย่างอีกครั้ง

เมื่อวันแต่งใกล้เข้ามา สิ่งที่คุณคิดถึงอาจมีแค่คนที่คุณรัก แต่เรื่องจุกจิกก็ยังจำเป็นอยู่ดี ตรวจเช็กทุกการจองเพื่อดูยอดค้างชำระ เวลาจัดส่ง และรายละเอียดอื่น ๆ เพื่อให้วันของคุณสมบูรณ์แบบที่สุด

  • ตรวจว่าคุณได้จ่ายเงินมัดจำครบทุกเจ้าแล้ว เตรียมเงินสดหรือเช็คสำหรับจ่ายหน้างานให้พร้อม
  • ทบทวนรายชื่อแขกอีกครั้ง เผื่อมีคนเพิ่มหรือลดในนาทีสุดท้าย
  • ยืนยันเวลาในการจัดส่งและติดตั้งทุกอย่าง
  • มอบหมายให้คนหนึ่งในขบวนงานแต่งเป็นผู้ประสานงานปัญหาในวันจริง แล้วให้เบอร์ติดต่อเขากับซัพพลายเออร์ทุกเจ้า เพื่อไม่ให้รบกวนเจ้าบ่าวเจ้าสาว
  • คุยกันให้ชัดว่าใครจะเป็นคนรับผิดชอบคืนของเช่าต่าง ๆ และเก็บของขวัญงานแต่งกลับบ้าน

เหลือเวลา 1 สัปดาห์

31. ให้รางวัลตัวเองด้วยการดูแลผ่อนคลายก่อนวันแต่ง

เมื่อทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาซึมซับความตื่นเต้นของการกำลังจะแต่งงาน คุณควรดูดีและรู้สึกดีเหมือนเป็นคนพิเศษที่สุดในโลก ใช้หนึ่งวันกับคนสนิทเพื่อดูแลตัวเองให้เต็มที่ก่อนเดินเข้าสู่พิธี

  • นัดทำเล็บมือ–เท้า และสปากับเพื่อนเจ้าสาวหรือกลุ่มเพื่อนสนิท
  • ทำทรีตเมนต์ความงามครั้งสุดท้ายทั้งหมด
  • ใช้เวลาขอบคุณคนในขบวนงานแต่งสำหรับการช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างคุณมาตลอด

วันแต่งงาน

32. ให้ระฆังดังก้อง วันนี้คุณกำลังจะแต่งงาน!

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันนี้คือวันแต่งงานของคุณ ไม่ว่าคุณจะตื่นเต้นจนตัวสั่นหรือซึ้งจนน้ำตาไหล วันนี้จะเป็นวันที่คุณไม่มีวันลืม อย่าไปจมอยู่กับรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ วันนี้มีความหมายเพียงอย่างเดียว คือคุณและคนที่คุณรัก

  • เราไม่ได้บอกว่าคุณต้องร้องไห้ แต่มีโอกาสสูงมาก เตรียมทิชชู่ซองเล็ก ๆ ติดตัวไว้ก็ดี
  • ตอบ “ตกลง” กับคำถามสำคัญที่สุดในชีวิต!

หลังจากนั้น

33. รักกันตลอดไป

ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดง! แม้งานแต่งจะจบลงแล้ว แต่ชีวิตคู่เพิ่งเริ่มต้น จัดการงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เหลือให้เรียบร้อย แล้วพักผ่อนพร้อมรอยยิ้ม คุณได้ให้คำสัญญาว่าจะใช้ชีวิตกับคนที่คุณรักที่สุดในโลกแล้ว ออกไปเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตด้วยกันได้เลย

  • ตรวจสอบว่าจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการและซัพพลายเออร์ครบทุกเจ้าแล้ว และอย่าลืมเขียนรีวิวเพื่อขอบคุณพวกเขา
  • ส่งการ์ดหรือข้อความขอบคุณแขกทุกคน
  • สนุกกับทริปฮันนีมูนของคุณ!
  • เข้าไปที่ส่วน "หลังงานแต่ง" ในโปรเจกต์งานแต่งของคุณเพื่ออัปโหลดรูปทั้งหมด แล้วย้อนความทรงจำวันพิเศษอีกครั้ง

เช็กลิสต์วางแผนงานแต่งงานฟรี

Victoria Hendersen

ผู้เชี่ยวชาญด้านงานแต่งงาน

มีนาคม 2026

← ดูทั้งหมด


7 คำถามที่ควรถามคนรักก่อนตัดสินใจหมั้น

การวางแผนทริปฮันนีมูนของคุณ

  • การวางแผนงานแต่งงาน
  • โปรเจกต์ของฉัน
  • สร้างโปรเจกต์งานแต่งใหม่
  • ภาพงานแต่งประจำวัน
  • แพ็กเกจราคา
  • ไอเดีย & คำแนะนำ
  • พอร์ทัลสำหรับธุรกิจ
  • ทัวร์สถานที่จัดงานแบบเสมือนจริง
  • การเชื่อมต่อแบบไวท์เลเบล
  • คำถามที่พบบ่อย
  • เกี่ยวกับเรา
  • ร่วมงานกับเรา
  • ชุดสื่อประชาสัมพันธ์
  • ติดต่อเรา
ไทย
โซเชียลมีเดีย
Copyright © 2025 Automatex Tech Sociedad Limitada, all rights reserved. นโยบายความเป็นส่วนตัว & ข้อกำหนดทางกฎหมาย